วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ไม่หวาย

ทั้งๆ ที่รู้ว่าใกล้จะตรวจร่างกาย แต่เมื่อวานก็ไม่สบายจนถึงขั้นต้องขาดงานจนได้ ท้องเสียอย่างโหดร้ายปากแห้ง อ่อนเพลียแต่ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วจะได้หาโอกาสลดความอ้วนไปในตัว ช่วงนี้ต้องงดแป้งกินผักเยอะๆ เพราะว่าตอนที่ตรวจร่างกายเข้าทำงานที่โซนี่ในเลือดมีไตรกลีเซอไรด์สูง เป็นผลมาจากการกินแป้งเยอะ แล้วตรวจอุลตร้าซาวน์ตับ ตับเป็นสีขาวคือมีไขมันแทรกเป็นภาวะตับอ้วน เกิดจากการกินของทอดของมันรวมถึง แอลกอฮอล ไม่รู้ว่าตอนนี้มันจะหมดไปหรือยัง ถ้ามันยังมันยังมีอยู่ก็ไม่น่าจะผ่านการตรวจร่างกายในครั้งนี้ วันจันทร์นี้ก็ต้องลางานตอนเช้าอีกแล้ว ไม่รู้ว่าจะผ่านโปรหรือเปล่า แต่ถึงยังไงก็ต้องเดินตามหาฝันต่อไป

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2550

ใครๆก็ถาม

มีคนชอบถามว่าทำไมถึงอยากเป็นนักบิน??? เราจะตอบว่าชอบ แต่ก็จะโดนถามต่อว่าทำไมถึงชอบล่ะ แล้วจะให้เราตอบว่าไงดี ก็มันชอบนี่หว่า มันก็ไม่ได้น่ารัก ไม่ได้หล่อ ไม่ได้สวยอะไร ถ้ามันหล่อมันสวยคงบอกไปแล้ว แต่เรามีคำตอบสำหรับกรรมการที่จะถามตอนสัมภาษณ์เสมอ เราก็จะบอกว่าเราชอบตั้งแต่เด็กแล้ว เกิดมารู้จักเครื่องบิน รู้ว่าเป็นเครื่องบินก็เริ่มชอบทันที เริ่มหัดวาดรูป ยังจำได้ดีเลยเพราะวาดไม่สวย ก็วาดมาตลอดตั้งแต่ประถม มัธยม เครื่องบินมันก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆอ่ะนะหมายถึงสวยขึ้นน่ะ ถ้าถามเรื่องเงินเดือนเราจะไม่ตอบเรื่องนี้เด็ดขาด ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงว่านักบินเงินเดือนเยอะมาก ถึงจะให้เราน้อยก็จะบินให้ แต่ต้องพอกินนะ ไม่ใช่ 2 พันแล้วให้ไปบินเพราะมันคงอยู่ไม่ได้อีกอย่างงานที่เราทำอยู่ได้มากกว่าหลายเท่า ขอแค่เหมาะสมก็พอ เพราะฉะนั้นเงินเดือนมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ถ้านักบินเงินเดือนน้อยก็ดีนะจะได้กำจัดพวกที่เห็นว่านักบินเงินดีอย่างเดียวออกไป แบบที่อยากเป็นเพราะเงินดี ถ้าเราไม่ได้เป็นนักบินจริงๆ ขอเป็นหยี่ยวก็ได้ เป็นนกใหญ่ๆนะ นกกระจาบไม่เอาอ่ะ จริงๆแล้วเหยี่ยวมันบินสวยดี บินเหมือนเครื่องบินไม่ต้องกระพือปีกบ่อย ถ้าเป็นเหยี่ยวก็คงรู้สึกคล้ายๆกับนักบินนั่นแหละ แค่ไม่มีผู้โดยสารเท่านั้นเอง เราเชื่อว่าถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบถึงแม้ว่าจะลำบาก จะยากแค่ไหนมันก็ต้องทำได้อยู่แล้วล่ะ อีกทั้งจะทำให้รู้จริงในเรื่องนั้นๆมากกว่าอีก คำว่ามันลำบากมันต้องมาพร้อมปัญหาเสมอ ถ้าเราชอบก็แปลว่าเราพร้อมที่จะเจอจะสู้กับปัญหานั้นๆ เชื่อเถอะถ้าชอบอะไรก็ทำสิ่งนั้นแหละดีที่สุดแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2550

สอบข้อเขียน

อยากเขียนเล่าให้คนอื่นฟังเพราะว่าเห็น blog ของพี่ Peerapoom ที่ตอนนี้ได้เป็นนักบินแล้ว เล่าให้ฟังตั้งแต่เริ่มสอบสัมภาษณ์ จนกระทั่งได้เป็นนักบินสมใจ อีกส่วนหนึ่งก็คืออยากให้คนที่สนใจและตามหาข้อมูลได้รู้เรื่องราวต่างๆรวมทั้งขั้นตอน เมื่อก่อนเราก็หาข้อมูลด้านนี้ลำบากซื้อหนังสือมาอ่านก็จะเป็นเพียงชีวิตหลังจากสอบเสร็จแล้วไม่ค่อยมีชีวิตช่วงที่สอบหรือการเตรียมตัวเลย หวังว่าการเขียนในครั้งนี้คงทำให้ฝันของเราสำเร็จเหมือนพี่ Peerapoom แล้วกัน


เล่าเลยแล้วกัน เมื่อสมัยที่เด็กๆก็ชอบพวกเครื่องบินนี่แหละ มันก็เป็นความฝันมาตลอดว่าอยากจะทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องบิน จนเมื่ออยู่มัธยมก็มีความคิดที่จะอยากเป็นนักบินขึ้นมา ตอนมัธยมก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนหรอก โดนเรียนเป็นว่าเล่น หลังห้องน้ำจะมีรั้วก็จะโดดออกไปกับเพื่อน ไปเที่ยว ไปนอนบ้านเพื่อน พอเย็นก็กลับบ้าน แต่ไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรไม่ดีเลยนะ เพียงแต่ไม่อยากเรียนแล้วอยากอยู่กับเพื่อนเท่านั้นเอง จากความฝันที่ฝันมาตลอด ก็ทำให้เราเลือกเรียนคณะวิศวะ เพราะคิดว่ามันน่าจะตรงสายมากที่สุดแล้วล่ะ หลังจากจบมาก็ทำงานกับโซนี่ ตอนนี้ก็ทำได้ประมาณ 2 เดือนกว่าๆแล้ว ยังไม่พ้น pro เลย วันนึงเห็นประกาศที่ตามหามาตั้งนานแล้ว airasia และการบินไทย ได้เปิดรับสมัครนักเรียนการบิน เราก็ได้สมัครแล้วก็ได้สอบข้อเขียนของ airasia ที่ ม.เกษมบัณฑิต ตอนแรกก็คิดว่าข้อสอบคงเหมือนข้อสอบเอนท์ แต่มันก็เหมือนจริงๆ เราไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเลยเพราะเราต้องทำงาน เลิกงานมากินข้าว อาบน้ำก็หลับแล้วล่ะ ที่เรียนผ่านมาในมัธยมมันก็ลงหม้อหมอไปหมดแล้ว ก็ต้องลองวัดดวงดูในรอบข้อเขียนนี้จะมีสอบ วิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ มันจะอยู่รวมกันในวิชาวิทยาศาสตร์ ทั้งหมด 50 ข้อ แล้วก็มี คณิตอีก 50 ข้อ และ อีกส่วนนึงจะเป็นความรู้ทั่วไป 20 ข้อ มั้ง ให้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ทำฟิสิกส์ก็ไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ แต่ก็เป็นส่วนที่ทำได้เยอะที่สุดแล้วล่ะ คณิตเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบเอาซะเลย มันก็ต้องไม่ได้อยู่แล้ว ผลออกมาก็เหมือนที่คิด คือ ตกรอบ เอาวะเริ่มต้นใหม่


เมื่อวานวันที่ 5 ก็เป็นวันสอบข้อเขียนของการบินไทย การบินไทยจัดสอบที่ Impact Challenger ข้างในดูดีมากๆเลยแต่หนาวไปหน่อย ข้อสอบชุดแรกเป็นภาษาอังกฤษจะคล้ายๆการสอบ toeic เลย ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่เราถนัดที่สุดก็พอทำได้ หลังจากนั้นก็จะให้พัก 20 นาที ดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำแล้วก็กลับมาทำอีกชุด ชุดนี้จะเป็นฟิสิกส์คณิต จริงๆต้องมีเคมีชีวะด้วยนะ แต่ไม่เห็นแฮะไม่รู้ว่ายังเปิดไม่ถึงหรือไม่มีก็ไม่รู้ เพราะทำไม่ทันเลย 100 ข้อ 50 นาที คิดว่าไม่น่าจะมีใครทำทัน โจทย์เป็นภาษาอังกฤษกว่าจะแปลเสร็จก็คงเกือบหมดเวลาแล้วล่ะ เราก็ทำได้ซัก 30-40 ข้อเอง มั่วอีกเพียบเลย แต่ก้ไม่หนักใจเท่าไหร่ เพราะทำได้เยอะกว่าของ airasia แต่ไม่รู้ว่ามันจะเพียงพอที่จะผ่านรึเปล่าน่ะสิ จากชุดนี้จะไม่ได้พักแล้ว เราเริ่มปวดฉี่เพราะตอนเบรคเมื่อกี้เรากินแต่น้ำไม่ได้เข้าห้องน้ำซะด้วย มันคือข้อสอบ aptitude คล้ายๆ iQ น่ะแหละ ด้านในข้อสอบจะมีอีก 4 ชุด ให้ทำไปพร้อมๆกัน ชุดแรกเป็นเรื่องรูปภาพที่เหมือนกล่องแล้วกางออกมา แต่จะถามว่าถ้าต่อกลับเข้าไปเป็นกล่องจะเป็นรูปไหน ลวงเพียบเลยอ่ะ แทบมึน 25 ข้อ 10 นาที เราก้เอาเกินครึ่งไว้ก่อน จากนั้นมาเป็นชุดที่ 2 เป็น serie เลขอ่ะ 1 3 5 7 9....ตัวต่อไปจะเป็นอะไร มันก้ต้องเป็น 11 น่ะสิ ข้อต่อไปมันก็ยากขึ้นเรื่อยๆเช่น 1 5 3 8 5.. ก็ต้องตอบ 11 เพราะ 1+4=5, 5-2=3,3+5=8,8-3=5,5 ก็ต้อง + ด้วย 6 เป็น 11 อ่ะ ชุดนี้ก็มี 25 ข้อเหมือนกัน ก็ทำให้ได้มากที่สุดอ่ะแหละ เกินครึ่งมาหน่อย ชุดที่ 3 จะมีบทความมาให้ 1 หน้ากระดาษให้จำบทความนี้ 3 นาที หมดเวลาเปิดไปหน้าต่อไป อ้าว! นึกว่าจะได้ทำ กลายเป็นว่าให้ทำชุดอื่นก่อน จะให้ไปทำชุดที่ 4 ชุดนี้เป็น รูปมาให้แล้วก็ให้หารูปที่เหมือนอันนี้สนุกดี 25 ข้อ 10 นาทีเหมือนกัน แล้วก็ให้ไปทำชุดที่ 3 เมื่อกี้ที่จำมาแล้วมี 10 ข้อ ตอบไม่ได้ 2 ข้อเพราะ 2 ข้อนั้นมันถามว่าแอร์ในรูปมีกี่คน แล้วก็เครื่องบินในรูปมีกี่ลำ เค้าบอกให้อ่านแล้วจำ เราก็เลยอ่านอย่างเดียว ผิดจริงๆ เป็นนักบินควรจะมีความละเอียดมากกว่านี้ สรุปแล้วมันก้เป็นการสอบที่สนุกดีนะ พอสอบเสร็จตอนแรกตั้งใจว่าจะลางานทั้งวัน กลับบ้านนอน ไปๆมาๆ เลิกเร็วก็เลยไปทำงานครึ่งบ่ายเอา แต่วันนี้ทำงานเหมือนจะไร้วิญญาณมากๆเลย เลิกงานกลับถึงบ้านก็นอนเลย ลุ้นผลวันที่ 16 นี้ล่ะ ผลเป็นไงจะมาเล่าต่อนะ