วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ตรวจร่างกายสดๆร้อนๆ

วันนี้เป็นวันตรวจร่างกายตื่นขึ้นมาตอนประมาณ ตี 5 ตอนแรกกะจะอาบน้ำสระผมก่อน พอเปิดน้ำ หนาวเหลือเกิน เลยตัดสินใจแปรงฟัน พอแปรงฟันเสร็จคิดว่าควรจะอาบน้ำเอาฤกษ์เอาชัย เพราะยังไงเดี๋ยวก็ต้องโดนบีบ...ต้องถอดเสื้อ แก้เสื้ออยู่แล้ว แต่งตัวเก็บของกลับบ้านเสร็จก็เริ่มออกเดินทางจากหอ ไปไม่เป็นอ่ะ พอดีไม่ใช่คนแถวนี้ เพิ่งมาทำงาน เลยกด GPS รพ ภูมิพลก็เลยไปตามนั้นแหละ ก็ถึงอย่างไม่ยากเย็นนัก ไปถึงประมาณ 6 โมงกว่าๆ แต่จริงๆเค้านัด 7.45 รอไอ่เทปมา อีกไม่นานไอ่เทปก็มา ก็เข้าไปนั่งคุยกันข้างใน คุยกันเรื่อยเปื่อยเรื่องงานบ้าง เรื่องสอบบ้าง แต่ไอ่เทปมีข่าวดีว่าได้งานทำแล้วที่รง.ประกอบนิสสัน ยังไงก็ยินดีด้วยนะ พอใกล้ๆ 7.45 ก็ขึ้นไปห้องที่เค้านัดเพื่อทำประวัติต่างๆ แล้วก็แบ่งกลุ่มๆละ 5 คน กลุ่มแรก หมายเลข 1-5 กลุ่ม 2 ก็ 6-10 แต่บังเอิญเหลือเกินเลข 6 ดันไม่มาซะงั้น ทำให้เราต้องเป็นคนแรกของกลุ่มและถือใบนำทาง เป็นสถานีๆไปแล้วต้องให้เซ็นทุกสถานี เริ่มแรกเลยต้องไปฉี่ใส่กระป๋องก่อนกันทุกคนแล้วก็ไปตรวจเลือดคนละ 2 หลอด แต่ที่นี่ไม่ต้องใช้เข็มดูดเลย มีกระบอกเจาะเข้าไปก่อนจากนั้นก็จะเอาหลอดมาเสียบอีกรอบ คนอื่นก็ค่อยๆไหลกันแต่ของเราเลือดพุ่งติดปลายหลอดเลย ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือว่าความดันสูงกันแน่ จากที่นี่ก็จะไปสถานีตามใบนำทางไปห้องสายตา 2 เป็นเครื่องตรวจเพียบ "หมายเลข 7" เจ้าหน้าที่เรียกคนแรกของกลุ่มให้เข้าไปตรวจความดันตา จะเป็นเครื่องแล้วมองเข้าไปเป็นจุดไฟสีเขียว "ลืมตากว้างๆหน่อย" ซักแป๊บก็ "ปุบ" ลมพุ่งเข้าตาก็สะดุ้งสิครับ เพื่อนก็หัวเราะกันใหญ่ แล้วก็เปลี่ยนทดสอบอีกข้างคราวนี้ทำใจแข็งไม่ค่อยสะดุ้งแล้ว วัดออกมาค่าปกติครับ 13-14 เค้าไม่ให้เกิน 21 มั้ง แล้วก็ไปวัดลานสายตา โดยทำทีละข้างเหมือนกัน มองที่จุดสีดำตลอด แล้วภาพด้านข้างก็จะกระพริบถ้าเห็นให้กดอันนี้สนุกดีแต่กระพริบตาบ่อยไม่ได้ น้ำตาเริ่มไหล จากนั้นก็เป็นวัดสายตาด้วยคอมเหมือนร้านแว่นทั่วไป แล้วก็ไปอ่านแผ่นทดสอบตาบอดสี แล้วก็เครื่องที่เราชอบมากๆๆ แปลกดีไม่เคยเล่น เป็นเครื่องส่อง 2 ตานี่แหละ แต่ตาขวาจะเห็นเป็นคนทำท่านั่ง ตาซ้ายเป็นรถเมล์พอมองสองตาก็จะเห็นว่าคนนั่งบนรถเมล์แล้วเค้าก็ถามเราว่าเห็นมั้ย คนนั่งอยู่แถวที่เท่าไหร่ เราเห็นแถวที่ 7 แล้วซักพักก็มานั่งที่ 6 แปลกดีเหมือนกัน น่าจะเป็นการทดสอบกล้ามเนื้อตา หรือ ตาเหล่น่ะแหละ แต่เราไปถามลุงแล้ว ค่าที่ได้จากแถวที่ 7 มันไม่เยอะ แต่ไม่รู้ว่าเกณฑ์ของการบินเท่าไหร่น่ะสิ แล้วก็ไปตรวจเครื่องใหญ่ๆที่หมอส่องแล้วจะเห็นแผลบนกระจกตา เห็นเส้นประสาทด้านในลูกตา คนที่ทำเลสิกมาจะตรวจเจอในขั้นตอนนี้ ตรวจห้องสายตา 2 เสร็จก็ไป ห้องสายตา 1 เป็นห้องยาวๆ แล้วก็ให้อ่านตัวหนังสือด้วยตาทีละข้าง อ่านไม่ค่อยออก แต่พอเค้าให้ใส่แว่นก็พอได้ แล้วก็ทดสอบการมองในแนวลึก เป็นเสา 2 อัน อยู่ในกล่อง เค้าจะดึงเสาออกจากกันแล้วให้เราดึงเชือกจนอยู่ในระดับเดียวกัน พอโอเคแล้วก็บอกว่าเอาแล้ว เค้าก็จะจดค่าเฉลี่ยไว้ ไม่รู้ว่าทำได้ดีหรือเปล่า เพราะมองไม่ค่อยถนัด จากนั้นก้ไปตรวจการได้ยินตรวจทีละข้าง เสียงจะมาต่างๆกันเบาบ้างดังบ้าง แหลมบ้าง ทุ้มบ้าง ถ้าได้ยินก็กดปุ่มที่เค้ามีให้ พอเสร็จก็จะไปห้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ถึงจุดนี้นึกขึ้นได้ว่าลืมให้ผู้รับผิดชอบที่สถานีที่ผ่านมาเซ็นชื่อ แต่มีพี่คนนึงเค้าบอกว่าไม่ต้องกลับไปแล้วก็ได้พี่เค้าสอบมาแล้ว 4 ครั้ง เค้าก็เคยเป็นหัวหน้ากลุ่มแล้วก็ลืมเหมือนกัน จากนั้นไปวัดความดัน ส่วนสูง น้ำหนัก ช่วงขาต่างๆ ช็อตเด็ดของที่นี่คือ แก้ผ้าครับ เจ้าหน้าที่บอกให้ถอดเสื้อผ้าให้หมดแล้ววางไว้บนเตียง แล้วให้ถ่างขาจากนั้นก็ บีบ ครับ บีบเพื่อดูว่าเราเป็นไส้เลื่อนหรือเปล่าแล้วก็ให้ก้มแตะปลายเท้าเพื่อดูกระดูกสันหลังว่าคดรึเปล่า แล้วก็ให้หันหลังตรวจดูริดสีดวง บางคนผ่านสถานีนี้ก็จะรู้ตัวเองแล้วว่าต้องการอะไรเพราะคนตรวจเป็นผู้ชาย 555 ตรวจฟัน x-ray แล้วก็ตรวจด้วยแพทย์อีกครั้ง เป็นการตรวจคอ หู กดท้อง ประมาณนี้ แล้วก็เป็นอันจบภารกิจครับ ผลน่าจะประกาศเดือนหน้า ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร จะมาเล่าให้ฟังอีกนะ

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ลงทุน


เมื่อวานพี่ที่ทำงานไปตรวจร่างกายมา อ่าน snellen chart บรรทัดสุดท้ายไม่ได้ ให้ไปตัดแว่นมาใหม่แล้วมาสอบใหม่วันจันทร์ เราก็เลยถือโอกาสไปตัดใหม่ซะเลย ตกลงชัดแจ๋วแว๋ว ด้วยซ้ายเอียง 125 ขวาสั้น 75 เอียง 100 แต่ใส่ใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้นะ มีหวัง ล้ม ทับ อ้วกแน่ๆ ใช้สอบอย่างเดียว คราวนี้สนนราคา 850 บาท รู้งี้ตัดที่นี่แต่แรกแล้ว ร้านก่อนหน้านี้ห่วยจริงๆ พรุ่งนี้วันศุกร์ก็ต้องไปตรวจร่างกาย ลางานไปแล้วเรียบร้อย แต่พอลางานเสร็จพวกเจ้านายก็เข้าประชุมกันทันทีไม่รู้จะประชุมว่าไอ่นี่มันจะลาบ่อยไปไหน หางานใหม่แน่ๆเลย หรือเปล่า ลืมบอกไปเมื่อวานไปอุดฟันพร้อมกับขูดหินปูน จริงๆล่าสุดขูดกับอุดไปซัก 2 เดือนที่แล้ว ตอนนั้น 2600บาท อุดไป 6 ซี่ จริงๆก็แค่ 3 จุด แต่มันอยู่ระหว่างซี่ เลยคิดเป็น 6 ซี่ แพงชิบเป๋งเลย แล้วเมื่อวานก็โดนไป 2450 ไอ่เราก็นึกอยู่ทำไมมันแพงวะ เพิ่งอุดไปคราวที่แล้ว ฟันผมผุเต็มปากเลยเหรอ ไปๆมาๆ ท่านหมอเค้าเอาของเก่าออกด้วย เฮ้ออออ ยอมล่ะครับ ทำไปแล้วนี่ ตอนนี้ตังเหลือน้อยนิดจริงๆ ถ้าไม่ได้คราวนี้ก็ถือว่าอย่างน้อยก็ได้ทำเพื่อตัวเอง ดูแลตัวเองมากขึ้น เรื่องที่กังวลตอนนี้ก็คือ ถ้าไม่ได้คราวนี้สายตาขึ้นจากเอียง 125 เกิน 150 ก็ต้องทำเลสิก แต่ๆๆมันก็ไม่ทันอยู่ดีเพราะต้องทำเกิน 1 ปี ปัญหาระยะยาวเกิดขึ้นแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป คราวนี้ก็สู้สุดชีวิตล่ะครับ

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เศร้าหรือหงุดหงิดดี

เมื่อวานไปตัดแว่นเนื่องจากแว่นเก่ามันใช้ไม่ค่อยได้แล้ว สายตาขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้ เพราะไม่ค่อยได้ใส่แว่น ต้องเอาไปวันตรวจร่างกายวันศุกร์ที่ 13 ที่จะถึงนี้ เมื่อก่อนข้างซ้ายมองเห็นชัดเจน แต่ข้างขวาเอียง 50 ตอนนี้ซ้ายสั้น 25 และ ขวาเอียงไม่น่าจะถึง 75 น่าจะอยู่ระหว่าง 50-75 เพราะเลนส์มันเพิ่มทีละ 25 ใส่ 50 ก็ไม่ชัด ใส่ 75 ก็ไม่ชัด 100 ก็ไม่ชัด ตกลงจะให้ใช้อันไหนล่ะ อ่านใน snellen chart ที่ 20/20 ก็อ่านไม่ได้ซักอัน snellen นี้ก็คือแผ่นที่หมอตาให้อ่านนั่นแหละ เป็นตัวเลข หรือตัวหนังสืออ่ะ 20/20 คือค่าที่เวชศาสตร์การบินต้องการ มันแปลว่า เราอ่านตัวนี้ได้ 20 ฟุต ในขณะที่คนสายตาดีอ่านได้ 20 ฟุตเหมือนกัน นั่นก็หมายความว่าปกติ ตกลงเราก็เลยได้ เอียง 75 กับ สั้น 25 มา พร้อมราคา 2500 ถือว่าถูกหรือเปล่าเนี่ย(เฉพาะเลนส์) ที่ใส่แล้วไม่ชัดเลย หงุดหงิดมาก คิดในใจแล้วว่าต้องไม่ผ่านแน่ๆ มีพี่ที่ทำงานคนนึงก็สอบผ่านเหมือนกัน แต่เค้าตรวจร่างกายวันพุธสายตาเค้ามากกว่าเราแต่แม่งง ไม่รู้ทำไม เค้าอ่านได้หมดเลย รู้สึกเซ็ง และวิตกมากๆ คาดว่าจะไม่ผ่าน เมื่อก่อนตาดีแต่ก็เกิดช้า ตืบโตช้าไปหน่อย กว่าจะเรียนจบสายตาเสื่อมหมดเลย จริงๆแล้วแค่สั้น 25 อ่านตัวหนังสือไกลๆแทบไม่ออกแล้วนะ สงสารคนที่สั้น เป็น 7-8 ร้อยอ่ะ จะมองอะไรเห็นบ้างไหมเนี่ย จะตัดสินใจไปตัดใหม่ก็เสียดายเงินเผื่อมันไม่ดีเท่าเดิม เฮ้อออ เซ็ง

อยากให้คนตรวจเห็นใจเราหน่อย ตาเรามันสั้นเอียงนิดเดียวเอง lasik ก็ไม่รับทำแล้วมั้งเนี่ย ต่ำเกินไป แต่มันอ่านไม่ออกอ่ะ เพราะมันน่าจะก้ำกึ่งกับเลนส์ สาธุเห็นใจผมซักนิดเถอะนะครับ ผมสัญญาว่าจะเป็นนักบินที่ดีตลอดไปเลย

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

Not yet a half step(ยังไม่ถึงครึ่งก้าวเลย)

และแล้วผลก็ออกแล้วสำหรับรอบแรก จริงๆต้องประกาศวันที่ 16 แต่ผลมาเร็วกว่าหนึ่งวัน วันนั้นเป็นวันที่บริษัทพาไปทัวร์ พอรู้ว่าผ่านรอบแรกตื่นเต้นดีใจมากๆ จาก พันห้าร้อยกว่าคนตอนนี้เหลือ 369 คน ไม่รู้ว่าจะเป็นหนึ่งในคนที่ผ่านในรอบสุดท้ายรึเปล่า ต้องส่งเอกสารวันที่ 25 กรกฏานี้ แล้วก็ต้องตรวจร่างกายวันที่ 13 ด้วย ไม่รู้ว่าจะผ่านอีกหรือเปล่า เพราะมันไม่ใช่การตรวจร่างกายแบบธรรมดาทั่วไปชื่อเรียกเป็นทางการคือ medical certificate class 1 เป็น class ของคนที่สอบนักบินพาณิชย์หรือ CPL(commercial pilot license) จะตรวจละเอียดกว่านักบินส่วนตัวอีกอ่ะ นักบินส่วนตัวมีชื่อว่า PPL(private pilot license) อันนี้จะเป็น class 2 ถ้าจำไม่ผิดนะ ต้องมาลุ้นพร้อมกับฟิตร่างกายอีกเยอะมากๆเลย ไม่รู้จะสมบูรณ์ทันหรือเปล่า ผลออกมาเป็นยังไงจะมาเล่าให้ฟังอีก จริงๆการสร้างความฝันของเรามันไม่เกินปีนี้หรอก แต่ไม่รู้ว่าจะไปถึงฝันหรือเปล่า ตอนสุดท้ายผลมันจะเป็นยังไงต้องมาลุ้นกัน บางทีอาจจะมีวันนึงที่มาบอกว่าเราไม่ได้ หรือบางที มันก็อาจจะผ่านไปเรื่อยๆจนถึงรอบสุดท้ายก็ได้ แต่ยังไงก็จะมาเขียนเล่าทุกครั้งถึงเรื่องราวที่สอบและผลที่สอบนะ