วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Thai Aviation Service TAS

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ถูกเรียกให้ไปสอบข้อเขียนนักบินเฮลิคอปเตอร์ของทาง TAS ตั้งแต่บ่ายโมงจนถึง 4 โมงเย็น ข้อสอบทั้งหมดมีอยู่ 2 ชุด ชุดแรกจะเป็นเหมือนของปีที่แล้ว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ทำชุดที่ 2 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับชุดที่ 2 นี้ต้องผ่าน 60% ถึงจะมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ผลข้อเขียนประกาศภายในวันนั้นเลย ประมาณ 2 ทุ่ม พี่ HR ก็โทรมาบอกว่าผ่านแล้วนะ วันจันทร์ให้เข้ามาสอบสัมภาษณ์ได้เลย ใช้เวลาสอบทั้งวัน ช่วงเช้าจะเป็นสัมภาษณ์เดี่ยวกับผู้บริหารและหัวหน้านักบิน คิดว่าทำได้ไม่ค่อยดีเลย ตอบมั่วๆ เพราะคิดอะไรไม่ค่อยทัน เช่นถามว่าทำไมถึงไปเรียนโทล่ะ เราก็ตอบไปว่าเพราะจะได้มีงานดีๆทำ งั้นบอกหน่อยซิว่างานดีๆ คืออะไร? เหมือนจะง่ายแต่ตอบยากนะ แล้วก็โดนถามอีกว่าทำไมคิดว่าบริษัทจะรับคุณเข้าทำงาน ข้อเสียของคุณคืออะไร ทำไมไม่เรียนบินล่ะ
หลังจากจบการสัมภาษณ์ก็คิดอยู่ตลอดเลยว่าไม่ผ่านแน่นอน เพราะว่าพี่ HR บอกว่าเราดูไม่นิ่ง ส่วนตัวก็คิดว่าตอบได้ไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่ รอบบ่ายก็จะเป็นการสอบของ teamwork โจทย์ถามว่า คุณเครื่องบินตกแล้วมีของเหลืออยู่ 17 อย่างแต่นำไปได้ 7 อย่างจะเอาอะไรไปบ้างก็ให้ปรึกษากันออกความเห็นกัน เราคิดว่าพูดค่อนข้างน้อยไป คิดว่าการสอบในครั้งนี้คงไม่ผ่าน ผลจะประกาศประมาณอาทิตย์หน้า บางทีก็รู้สึกเหนื่อยกับการตามฝันเหมือนกันนะ

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2551

Next Opportunity

หลังจากที่ไม่ได้อัพบลอกมานานแสนนาน แม้กระทั่งลาออกจาก โซนี่ก็ยังไม่ได้มาอัพเลย ไม่รู้ว่าเพื่อนที่ทำงานเป็นไงบ้าง ตอนนี้ TAS รับสมัคร นักบินเฮลิคอปเตอร์ TAS(Thai Aviation Service) บินให้กับคนที่ทำงานอยู่บ่อน้ำมัน ตอนนี้ส่งใบสมัครไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะเรียกสัมภาษณ์รึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ถ้าผ่านการคัดสรรทั้งหมด ก็จะได้ไปเรียนที่แคนาดา ประมาณ 6-8 เดือน แล้วกลับมาสอบที่เมืองไทย แล้วก็หนี้ค่าเล่าเรียนก็จะไปโผล่ในสัญญา 10 ปี กับบริษัท เงินเดือนที่ได้ถือว่าเยอะพอสมควร แทบจะไม่ต่างกับนักบิน airline เลยก็ว่าได้ ก็หวังว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรา สาธุๆๆๆๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ลูกนก 33 คน


ผลประกาศออกมาแล้วสำหรับ psychologist interview ออกก่อนกำหนดเร็วมากเลย จาก 105 คน มีปีกงอกกันได้ 33 คน แล้ว 33 คนนี้ก็ต้องเดินทางสู่ด่านต่อไป ซึ่งก็ถือได้ว่าสบายๆเป็นนักบินแน่ๆแล้ว บางคนคงเตรียมตัวลาออกจากงานเก่าที่ทำกัน แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ไอ่เทปมันไม่ผ่าน มันคงเศร้ามากๆความรู้สึกคงเหมือนกับตอนที่เราไม่ผ่าน teamwork อาจจะเศร้ามากกว่าเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังไม่ได้โทรไปเพราะไม่กล้ากลัวมันไม่พร้อมที่จะคุยด้วย สงสารมันจริงๆ ไม่เป็นไรไอ่เทป คนส่วนมากเค้าก็สอบกันหลายๆรอบทั้งนั้น พวกที่รอบเดียวผ่านมันมีไม่เยอะหรอก อดทนเว้ย มีสายการบินอื่นให้ลองทำ แล้วอีก 3 ปี ค่อยมาทำวันนั้นให้เป็นวันของเรา ปีนี้ผ่านน้อยกว่าปีก่อนๆมาก จนได้ข่าวมาว่ากัปตันเค้ากังวลเพราะว่าก็จะเกษียณกันเยอะ แล้วมันจะไม่ต่อเนื่องเพราะจริงๆแล้วเค้าต้องการนักบินประมาณปีละ 90 กว่าคน แต่มันผ่านกันได้เท่านี้เอง จากสถิติ ผ่านกันก็ลดลงเรื่อยไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร อาจจะเพราะการเลี้ยงดู เพราะเทคโนโลยี ด้วยล่ะมั้ง สำหรับ 33 ลูกนกนั้น ก็ขอให้โชคดีกับการเรียนและโลกแห่งการบิน ที่ไม่ค่อยจะมีใครได้สัมผัสมากเท่าไรนัก อีก 3 ปีข้างหน้าคงเป็นวันของเรากับไอ่เทปมัน

วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ไม่รู้จะเสียใจ หรือว่า เสียดาย

ผลประกาศออกมาแล้วว่าไม่สามารถผ่านไปรอบ psychologist interview ได้ แต่มีนักล่าปีกทั้งหมด 105 คน จาก 161 คน ที่ปีกเริ่มมีขนกันแล้ว เหลือเพียงแต่ว่า ใครจะบินได้ก่อนกัน ยินดีด้วยกับไอ่เทป ที่มันสอบผ่านรอบ teamwork exercise เมื่อวานก็เพิ่งโทรไปคุยมาเห็นบอกว่าสอบวันที่ 8 ก็เลยโทรไป ในความคิดเรา เราว่าไอ่เทปมันน่าจะได้เป็นเพราะมันเป็นคนนิ่ง และเราคิดว่ามันคงเตรียมตัวมาดีเหมือนกัน ก่อนจะวางหูไป ก็ไม่ลืมที่จะฝากฝัง ว่าถ้าเป็นนักบินแล้วอย่าลืมกูนะ มันก็รับคำอวยพรแล้วบอกกลับมาว่า ถ้ากูได้เป็นกูจะช่วยมึงให้มึงได้เป็นนั่นแหละ ไม่ได้หมายถึงเส้นนะ หมายถึงจะช่วยติวให้ประมาณนั้น แต่กว่าจะได้สอบอีกที ก็อีก 3 ปี เพราะฉะนั้นเราก็ล่าสายการบินอื่นไปก่อน คิดว่าคงต้องเตรียมตัวให้มากกว่านี้อีกเยอะเลย ตอนแรกกะว่าจะไม่เขียนต่อแล้วเพราะรู้สึกเหนื่อย เห็นตัวหนังสือ เห็นแรงบันดาลใจที่ใส่เข้าไปแล้วมันท้อยังไงก็ไม่รู้ แต่พอดีมีเพื่อนที่น่ารักอยู่คนนึงเค้าบอกว่าอยากให้เขียนต่อ ก็เลยเอาใจเค้าซะหน่อย พอเค้าว่างเค้าจะได้มาอ่านไม่งีบหลับ อิอิอิ ต่อจากนี้ก็ต้องเชียร์ไอ่เทปให้มันได้เป็นนักบินไปก่อน ถึงยังไงมันก็เป็นเพื่อนเรา มีบงมีบินจะได้เรียกไปนั่งด้วยบ้าง อย่าลืมมาช่วยกูติดปีกบ้างนะไอ่เทป...

ทุกวัน เวลานั่งกินกาแฟกับเพื่อนตอนเที่ยงมองไปบนฟ้าก็จะเห็นเครื่องบินฝึกของ BAC ที่อยู่ที่ดอนเมือง บินผ่านไปมา เห็นแล้วก็คิดว่าคนที่กำลังขับอยู่นั้นคงมีความสุขในสิ่งที่เค้ากำลังทำอยู่ ได้มองเห็นแผ่นดินในมุมที่คนอื่นๆไม่ค่อยจะได้มองเห็นกัน บางคนก็บอกว่า นักบินก็เหมือนกับคนขับรถนั่นแหละ ในแบบผิวเผินมันก็ถูก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การขับเครื่องบินมันเป็นการเคลื่อนที่ใน 3 แกน ในส่วนมาก คนเราจะเข้าใจได้ดีใน 2 แกน เพราะตั้งแต่เกิดเราอยู่บนพื้นตลอด ดังนั้นการเฟ้นหาคนที่จะมาทำการควบคุมการเคลื่อนที่ใน 3 แกนก็ต้องใช้คนที่มีความสามารถค่อนข้างสูง แรกๆก็เสียใจเหมือนกันที่ไม่ผ่านกับเค้า แล้วยังต้องมาโดนแบนอีก 3 ปี แต่คิดว่ายังจะไม่ยอมแพ้ ก็จะสอบจนกว่าจะได้ จนกว่าอายุจะเกินนั่นแหละ

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2550

ผล APT และการสอบ teamwork

ผล apt written คราวนี้เหลือ 162 จาก 270คน หายไปร้อยกว่าๆ ออกวันที่ 24 กันยา วันที่ 25 กันยา 10.30 สอบ teamwork ต่อเลย ตื่นนอนประมาณ 6 โมงเช้า อาบน้ำแต่งตัว แล้วก็ขับรถออกไป รถติดมากๆ ไปถึง รร.เจ้าพระยาปาร์ค ประมาณเกือบๆ 9 โมง คุยกับคนที่มาสอบที่นั่งอยู่แถวนั้น แล้วพอ 10 โมงก็ขึ้นไปรอหน้าห้องสอบ แบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน มีโปรเฟสเซอร์ชาวสแกนดิเนเวียน แปลจริง ทำไมต้องเรียกว่า สแกนดิเนเวียนด้วย ทั้งๆที่เค้าเป็นคน สวีเดน น่าจะบอกว่าโปรจากสวีเดน เอ้อ...มีอีกอย่างนึงที่น่าสังเกต ชาวสวีเดนส่วนมากเนี่ยนามสกุลลงท้ายด้วย son ยังโปรฯก็มีหลายคน Kenth Johansson คนนี้คือคนที่มาดูบุคลิกกลุ่มเรา หรือ Lars Axelsson แปลกดีเหมือนกันนะครับ เห็นนามสกุลแบบนี้ก็บอกได้เลยว่าเป็นคนสวีเดน ต่อดีกว่า พอถึงเวลาปุ๊บ โปรฯก็ให้โจทย์มา
โจทย์คือมีเรืออยู่ 2 ลำ ลำนึงมีความเร็ว 15 knots บรรทุกได้ 15 คน อีกลำนึง 10 knots บรรทุกได้ 10 คน แล้วก็จะต้องไปรับผู้โดยสารตามที่ต่างๆ โดยใช้เวลาน้อยสุด ซึ่งมีโป๊ะแต่ละโป๊ะระยะทางต่างๆกัน ต้องเก็บผู้โดยสารให้ครบ ห้ามแบ่งผู้โดยสาร ลืมบอกไป น้ำมีความเร็ว 5 knots ด้วย จอดแต่ละโป๊ะก็ต้องบวกเวลาเพิ่มในการรับผู้โดยสาร รวมถึงเวลาในการเตรียมตัวออกจากท่า เวลาในการเติมน้ำมัน เพราะฉะนั้นต้องคำนวนความเร็วน้ำหักลบความเร็วเรือ แล้วก็บวกเวลาทั้งหลาย เอาล่ะสิ ทีนี้ ต่างคนก็จะให้เรือลำนี้ไปรับตรงนั้นตรงนี้ก่อน บรรยากาศเริ่มมืดมัว จะทะเลาะกันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก็แสดงความคิดเห็นกันไปเรื่อยๆ โปรฯก็จดทุกอย่างเวลาพูด เขียน หรือ กระดิก ซัก เกือบๆชั่วโมงก็หมดเวลา ไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง เพราะไม่รู้อะไรเลย ทำตามที่เป็นตัวเองทุกอย่าง ผลออกวันที่ 27 นี้แล้วก็เริ่มสอบสัมภาษณ์กับโปรฯต่อเลยวันที่ 28 เป็นต้นไป หวังว่าคงไม่ได้หยุดเล่านะ

อีกซักนิด เวลาสอบเสร็จเกือบทุกรอบเนี่ย ทุกคนจะบอกกันว่า โชคดีครับ เจอกันรอบต่อไป มันเป็นการให้กำลังใจตัวเองดีนะ เพราะว่าไม่ได้แข่งกับใคร แข่งกับตัวเองทั้งนั้น กัปตันยังบอกเลยว่า ถ้าผ่านหมด ผมก็เอาหมด เพราะผมจะได้ว่างงานอีกหลายปี หวังว่าคราวนี้คงติดกันหมดทั้ง 162 คนนะ

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2550

สอบ Apt จน Ab

วันที่ 22 ที่ผ่านมาเป็นวันสอบ aptitude written test ตื่นนอนประมาณ ตี 5 ครึ่ง อาบน้ำ ฟังข่าวแต่ไม่ยักจะมีข่าวแฮะ มีแต่ทุ่งแสงตะวัน ไม่ได้ดูมาหลายปีแล้วเหมือนกัน กินข้าวให้สมองสดใส ขับรถออกจากบ้านไปเซ็นทรัลพลาซ่า ไปถึง โห พี่นักบินมารอกันเต็มเลย เหมือนจะมาเยอะด้วยนะ แต่ทำไมอยู่ดีๆพี่นักบินบางคนถึงเดินไปปิดไฟที่จอดรถ เท่านั้นล่ะครับถึงรู้ว่า ยามเซ็นทรัลลาดพร้าวแต่งตัวเหมือนนักบิน ถ้านักบินใส่ชุดมาเดินที่นี่ก็คงโดนขอความช่วยเหลือไปโดยปริยาย การสอบเริ่มต้นขึ้นตอน 9 โมงเช้า ฝรั่งที่เป็นชาวสแกนดิเนเวียน แต่งตัวภูมิฐานมากๆ เริ่มกล่าวแนะนำตัว และอธิบายข้อมูลต่างๆ ในการสอบ you may start the test จากนั้นเสียงเปิดข้อสอบและลงมือทำก็ดังขึ้น ต่างคนต่างเร่งมือให้ทำได้เยอะที่สุด ส่วนจะเป็นข้อสอบอะไรบ้างนั้นขอมาเล่าที่หลังดีกว่า เพราะมันเยอะมากๆ ทั้งเช้าบ่าย ตอนนี้ขอเล่าก่อนเพราะสอบถี่มากเกรงว่าจะเขียนบลอกไม่ทัน พอหมดเวลาข้อสอบชุดแรกบอกนิดนึงก่อนก็ได้ laws of nature ถามกฏทั่วไปของธรรมชาติที่ว่า เขื่อน 2 แบบนี้ แบบไหนแข็งแรงกว่ากัน เราว่าเร่งมือสุดๆแล้ว เงยหน้ามานึกว่าจะได้พอๆกับคนข้างๆ ที่ไหนได้ได้เยอะจัง เอางี้ก็ได้ มองอีกด้าน มองด้านหน้าบ้าง ว่ามันทำได้เยอะมั้ย ตามคาด มันได้เยอะกันหมดเลย ไม่รู้สมองจะเร็วไปไหนกัน คงเปรียบกับ pentium4 กับเรา pentium2 ประมาณนั้นอ่ะ พอหมดช่วงเช้าก็ต่อเป็นช่วงบ่าย บ่ายนี้เหมือนจะง่ายนะ แต่มันไม่ใช่เลย ใช้สมองเยอะมากๆ ออกมานี่มึนหัวเลย กลับบ้านรถติดอีกอ่ะ ไม่มีอารมณ์ทำอะไรทั้งนั้นเลย จะผ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ ส่วนรายละเอียดขอเล่าต่อวันหลัง สัญญาว่ามาเล่าแน่นอน ผลออกวันจันทร์ที่ 24 หวังว่าคงได้เล่าตอนต่อไปเหมือนทุกทีที่ผ่านมา เดี๋ยวขอตัวไปล้างรถก่อนนะ

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550

ข่าวไม่ดีอีกแล้ว

ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสายการบิน วัน ทู โก เที่ยวบินที่ OG269 ดอนเมือง - ภูเก็ต เครื่องบินแบบ MD-82 คงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น กัปตันและนักบินคงทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว นักบินของเที่ยวบินนี้ คือ นักบิน มนตรี ศิษย์การบินรุ่นที่ 66 AP66 เพิ่งสอบนักบิน qualified pilot ของการบินไทยได้ และเที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินสุดท้ายของเขาก่อนจะมาบินให้การบินไทย ได้ข่าวมาอีกว่า จะปฐมนิเทศนักบินใหม่อีกไม่นานนี้ เป็นที่น่าเสียดายและเสียใจจริงๆ